บทที่ 2 น้องสาวหมาด ๆ

พอยต์ Talk

@เพนต์เฮาส์

ผมมาถึงที่นี่ด้วยอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นไม่หาย ไม่รู้ว่ามันเกิดเรื่องบ้านี่ได้ยังไง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมแทบไม่เคยเห็นพ่อติดต่อพูดคุยอะไรกับคุณน้ามากมายเลย มาวันนี้กลับประกาศฟ้าผ่าว่าจะมาอยู่ด้วยกันในฐานะนายหญิงของบ้าน

ถึงแม่ผมจะเสียไปนาน แต่สามีของคุณน้าที่เพิ่งเสียไปก็เป็นเพื่อนของพ่อ แล้วพ่อคิดอะไรอยู่ สำหรับผมยังไงก็คือเมียเพื่อนไหมวะ

“เหอะ เรื่องบ้านี่มันทุเรศสิ้นดี”

สายเรียกเข้า

[คุณพ่อ]

ผมรับสายก่อนจะกรอกน้ำเสียงขุ่นมัวลงไป

“ครับ”

(ยังไม่หายหงุดหงิดอีกหรือไง)

“...”

(งั้นเรื่องใหม่นี่คงสร้างอารมณ์หงุดหงิดเพิ่มให้แกแล้วล่ะ)

“หวังว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเดิม”

(น้องของแก...เฟย์ลินน่ะ ฉันให้เรียนที่เดียวกับแก เพราะงั้นมารับ มาส่งน้องด้วย พ่อไม่เห็นด้วยหากจะให้น้องเดินทางไปมหาลัยเองคนเดียว น้องไม่ชินกับการเดินทางในกรุงเทพ)

“มันจะไม่เกินไปหน่อยหรอครับ”

(น้องเป็นผู้หญิงมันอันตราย แกช่วยมีเหตุผลหน่อย)

“กับเรื่องนี้ไม่จำเป็น”

(หรือตำแหน่งประธานของ พี.พี.เอ.โกลบอล ควรเป็นคนอื่นดี)

“แต่นี่มันคนละเรื่องกันแล้ว”

(มันคือเรื่องเดียวกันต่างหาก บริษัทเราจะเป็นยังไงหากมีประธานที่เอาแต่ใจ และไม่มีเหตุผล)

“...”

(ตามนี้ละกันนะ)

แล้วพ่อเขาก็วางสายไปโดยไม่รอคำตอบจากผม หรืออันที่จริงท่านก็รู้คำตอบของผมแล้วล่ะ ยังไงผมก็ต้องไปสินะ แค่เรื่องรับ - ส่งแม่น้องสาวหมาด ๆ นั่น ผมคงไม่เอามาแลกกับบริษัทของผมในอนาคตแน่

อันที่จริงมันคือบริษัทของแม่ผม ทุกน้ำตา ทุกหยาดเหงื่อของท่านได้ลงไปกับตรงนั้นทั้งหมด เมื่อแม่เสียไปพ่อก็เข้ามารับช่วงต่อ แล้วก็ทำไว้อย่างดีเช่นกัน และอนาคตก็จะกลายเป็นผมเอง ที่ได้ดูแลสิ่งที่แม่ของผมทิ้งเอาไว้ให้ ผมไม่ยอมแน่หากว่ามันจะกลายเป็นคนอื่นที่มาทำหน้าที่นั้น แทนที่จะเป็นผม

ผมสู้อุตส่าห์เรียนรู้งานมาตั้งแต่เริ่มเข้ามหาวิทยาลัยจนตอนนี้ผมก็เข้าปีที่ 4 แล้ว คณะวิศวะที่ผมเลือกเรียนก็เพราะต้องการที่จะจบมาแล้วดูแลงานในบริษัทต่อจากพ่อ แม้ตอนนี้ผมแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทแล้วทั้งที่ยังเรียนอยู่ แต่ผมก็ยังต้องรอใบปริญญาอยู่ดีในการรับตำแหน่ง และผมเสียมันไปไม่ได้

ตอนแรกจากที่คิดว่ามาถึงจะพักผ่อนให้สบายใจสักหน่อยกลับปวดหัวกว่าเดิม แล้วอยู่ ๆ หน้าเฟย์ลินก็ลอยเข้ามาในห้วงความคิดของผม

สายโทรออก...

[แดน]

(ครับนาย)

แดน...อดีตเลขาส่วนตัวของพ่อ เป็นหนึ่งในบุคคลที่ทำงานกับบ้านอนันตรักษ์มานานนับสิบปี ปัจจุบันคือลูกน้องคนสนิทของผม ผู้ที่คอยตามดูแลทุกอย่างในชีวิตตั้งแต่เรื่องงานยันเรื่องส่วนตัว

“มึงไปค้นประวัติของเฟย์ลินมาให้กูที ทุกเรื่องที่กูสมควรจะรู้”

(แล้วของนายหญิงล่ะครับ เอ่ออ ผมหมายถึง...)

“ถ้าหมายถึงผู้หญิงคนนั้น ไม่ต้อง!!”

(รับทราบครับ)

จบการสนทนา

End talk

@L CLUB ห้อง VVIP

หลังวางสายเขาก็ไลน์หากลุ่มเพื่อนต่อ เพื่อที่จะออกไปร้านเหล้าอย่างที่ปกติพวกเขาชอบทำ

“เป็นคนนัดแต่มาช้ากว่าพวกกูอีกนะมึง” อเกนเอ่ยทักขึ้นเมื่อมีพนักงานเปิดประตูห้องให้ ตามด้วยร่างแกร่งสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร เดินเข้ามาถึงโต๊ะที่มีพวกเขาสั่งอาหาร และเครื่องดื่มสีอำพันรอไว้อยู่ก่อนแล้ว

ข้างกันคือ น้ำอุ่น และเนสเตอร์ ที่กำลังยกแก้วขึ้นดื่มวอร์มเครื่องรอเขา พร้อมกับสาวข้างกายของทางร้านที่คัดหน้าตามาพิเศษเพื่อดูแลแขกระดับ VVIP ที่ต่อให้ใช้เงินหลายหมื่นก็ยังขึ้นมาชั้นนี้ไม่ได้เฉกเช่นพวกเขา

“ไอ้แสงเหนือ?” เขาเลิกคิ้วถามเมื่อไม่เห็นเพื่อนอีกคน แต่ก็มีเสียงของผู้มาใหม่เข้ามาทันได้ยิน และตอบกลับแทบจะทันที

“กูอยู่นี่ครับ นัดกะทันหันแบบนี้เสียเวลาเยxเด็กกูหมด”

“แล้วมึงจะรีบมาทำไม ของอย่างนี้ไอ้พอยต์มันเข้าใจหรอกน่า” เนสเตอร์พูดทำหน้าทะเล้น

“ตัวพ่อคณะนัดทั้งทีกูว่าต้องมีไรดีแน่นอน”

“จะมีอะไรวะ แค่อยากแดกเหล้าหาสาวนัวหรือเปล่า”

“ถ้าเป็นอย่างที่ไอ้เนสพูดก็นี่เลย น้องยังว่างอีกสองคนรอพวกมึงนั่นแหละ” อเกนส่งสายตาให้พอยต์มองไปยังพวกเธอ ที่นั่งส่งสายราวกับเชื้อเชิญ

“กูบายว่ะ” เขาตอบหน้านิ่ง

“เชี่ย! จริงดิ ไอ้เหนือมึงตบหน้ากูที”

“พอพวกมึง กูเริ่มอยากรู้แล้วว่ามีเรื่องอะไร” อเกนรีบห้ามจังหวะไร้สาระของเนสเตอร์ ก่อนจะพยักเพยิดหน้าให้กับพอยต์เป็นเชิงว่าให้เขาพูด

“พ่อกูเอาเมียใหม่เข้าบ้าน เป็นอดีตเมียของเพื่อนสนิทด้วย แต่เสียไปแล้ว”

“เหยดดด”

“เธอมีลูกคนนึง พ่อกูดูพยายามจะยัดเยียดให้กูรับเป็นน้องสาวให้ได้ อย่างตอนนี้ก็เริ่มให้กูเตรียมไปรับส่งที่มหาลัย”

“แล้วไงวะ คนอย่างมึงถ้าจะไม่ทำก็ไม่น่ามีอะไรบังคับมึงได้แล้วป่ะ”

“จริงของไอ้อเกน ถึงเป็นพ่อมึงก็ใช่ว่ามึงจะยอมง่าย ๆ” แสงเหนือพูดอย่างเห็นด้วยกับเพื่อน

“รอบนี้พ่อเอาบริษัทแม่มาขู่กู ปกติกูรั้นขนาดไหนพ่อก็ไม่เคยทำแบบนี้”

“นี่พ่อมึงหลงขนาดนั้นเลย?” แสงเหนือถามด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ

“ไม่รู้ว่ะ แดกต่อเหอะ”

“งั้นน้องชุดดำมานั่งกับพี่แล้วกัน ส่วนอีกคนก็…พี่เห็นมองไอ้พอยต์มันหลายรอบละ คุยเอาเองละกันนะ”

“มึงยังไงเนี่ยน้องเขาเหงานะเว้ย” ทันทีที่เนสเตอร์พูดจบประโยคเธอก็ส่งสายตาไปที่พอยต์อีกครั้ง

อันที่จริงเธอพยายามส่งมาตลอดตั้งแต่แรกที่เขาเดินเข้ามา แต่ดูท่าจะเป็นงานยากของเธอซะแล้ว

เธอสนใจเขามาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอในคลับ แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ดูแลทำหน้าที่ร่วมโต๊ะ พอมีโอกาสได้มานั่งที่โต๊ะของเขาวันนี้ เขากลับไม่สนใจจะมีสาวไว้ข้างกายสักหน่อย พาลให้เธอเซ็งไม่น้อย

“แค่ชงเหล้า” คำพูดสั้น ๆ ที่พูดโดยไม่ได้มองหน้าเธอแม้เพียงนิดยังทำเอาเธอยิ้มดีใจจนออกนอกหน้า

หญิงสาวรีบตรงไปทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด แม้ใจจะแอบหงุดหงิดที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับเขาเท่าที่ควร เธอหวังว่าจะได้รับสัมผัสกอดจูบลูบคลำจากเขาบ้าง แต่โชคไม่เข้าข้างเธอเลย

“พราวนะคะ” เธอแนะนำตัวพร้อมกับยื่นแก้วเหล้าที่ตั้งใจชงให้เขา

“อืม” เขาตอบแล้วดื่มรวดเดียวหมดแก้ว เธออุตส่าห์พยายามแนะนำตัวแต่คำตอบที่ได้ทำเอาเธอหน้าเสียไม่น้อย

“กูไปสูบบุหรี่แป๊บ” หลังจากเขาออกไปทั้งหมดก็พากันชนแก้ว พูดคุยไปเรื่อยตามประสาผู้ชาย

..........

Line

แดน : นายครับ รายละเอียดข้อมูลของคุณหนูเฟย์ลิน ผมสแกนไฟล์ส่งให้เรียบร้อยแล้วนะครับ

พอยต์ : อืม

แดน : [สติ๊กเกอร์คำนับ]

ร่างสูงยืนพ่นควันขาวคลุ้งในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำเรียบ ๆ แต่ปลดกระดุมถึงสามเม็ด ชายเสื้อถูกเก็บเข้าด้านในกางเกงสแลคขายาวที่แมตช์สีเข้ากัน พร้อมรองเท้าหนังทรงโลฟเฟอร์สีเข้ม แม้จะคุมโทนดำทั้งชุด แต่ใบหน้าหล่อนิ่งดูร้ายกับเครื่องประดับแหวนเงินเกลี้ยงที่สวมบนนิ้วเรียวสวย และนาฬิกาข้อมือแบรนด์ดังเรือนหรูสีเดียวกันนั้น ก็ขับให้เขาดูมีมิติไม่น้อยเลย

มือหนาถือโทรศัพท์กดเปิดดูไฟล์จนครบทุกหน้า ก่อนจะขยี้ก้นกรองบุหรี่แล้วเดินกลับไปที่ห้อง VVIP ที่มีกลุ่มเพื่อนเขารออยู่ตามเดิม โดยไม่สนใจสายตาของเหล่าสาว ๆ ละแวกนั้นที่พากันมองความเด่นสะดุดตาอย่างตกหลุมพรางให้กับเสน่ห์เกินต้านของเขา รอจังหวะให้เขาหันมาเพื่อสบตาบ้างแต่ก็ไม่เลย

@L CLUB ห้อง VVIP

“กลับมาแล้วหรอคะ พราวชงเหล้าไว้รอคุณเรียบร้อยแล้วค่ะ” เธอพูดด้วยรอยยิ้มที่ฆ่าชายหนุ่มน้อยใหญ่ในร้านให้ตายได้ แต่ไม่ใช่กับเขา

“เอาไปทิ้ง แล้วเปลี่ยนแก้วใบใหม่ให้ฉัน”

“ใจดีด้วยหน่อย น้องเขาหน้าเสียหมดแล้วมึง” แสงเหนือเอ่ยปรามอย่างไม่ได้จริงจังนัก

“ก่อนมันจะออกไปจากโต๊ะ มันมักจะยกให้หมดแก้ว น้องต้องรอให้มันกลับมาก่อน ถึงจะเริ่มชงให้มันใหม่นะครับ” อเกนช่วยพูด เพราะรู้จักเพื่อนตัวเองดี

เขาสนิทกับพอยต์ที่สุด ทำให้รู้รายละเอียดของกันและกันได้ดี ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ พอยต์เป็นคนค่อนข้างฉลาดและระวังตัว ไม่ใช่คนเสียรู้ใครง่าย ๆ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เขาทำมาตลอดเมื่อไปสถานที่อโคจร หรือสถานที่ที่ไม่ได้มีแค่พวกเขา

“ค่ะ พราวเข้าใจแล้ว”

“เออ กูลืมถามหน้าตาน้องสาวมึงไปเลยมั้ยวะ” อยู่ ๆ แสงเหนือก็เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้เลยถามขึ้นมา ได้ถือโอกาสเปลี่ยนเรื่องด้วย

“เออใช่ หน้าตาน้องเป็นยังไงไหนเล่า” เนสเตอร์เองก็สงสัยเช่นกัน

“ก็เหมือนผู้หญิงทั่วไป”

“อธิบายหน่อยมั้ยสัส นี่มึงจะประหยัดคำพูดไปไหนเนี่ย” แสงเหนือบ่นอุบ

“ใครจะพูดมากเหมือนมึง!” น้ำอุ่นที่นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้น เล่นเอาแสงเหนือกรอกตาบนให้กับคนพูดน้อย แต่ดันเริ่มพูดประโยคแรกด้วยการด่าเขา

พวกเขาดื่มกันไปเรื่อยจนเหมือนลืมว่าพรุ่งนี้คือวันแรกที่น้องใหม่ของคณะต้องเข้ามารายงานตัว และพวกเขาก็มีส่วนในการบริหารจัดการหน้าที่ตรงนั้น จนกระทั่ง…

“กูกลับละ”

“พราวไปส่งนะคะ”

“ไม่ต้อง”

“คุณพอยต์คะ” เธอพูดพลางรีบเข้าไปคว้าท่อนแขนกำยำของเขาไว้ ในขณะที่เขาลุกขึ้นยืนและเตรียมเดินออกจากโต๊ะ เธอเชื้อเชิญเขาไม่หยุดจริง ๆ

“พู่วว” เขาพ่นลมออกจากปาก ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบที่พูดขึ้นมาลอย ๆ ไม่ได้เจาะจงใครหรือส่งสายตาไปทางใคร

“58”

“…”

เธอนิ่งตะลึงไม่ได้ตอบอะไรออกไปแต่ในใจแทบช็อกกับสิ่งที่ได้ยินเผลอหลุบตามองต่ำลงไปที่เป้ากางเกงของเขา เธอเข้าใจในตัวเลขที่เขาพูดเป็นอย่างดี และคิดอยากท้าทายอำนาจมืดของเขา เธอไม่เคยเจอไซซ์นี้นั่นทำให้เธอเกิดอยากรู้และอยากลอง

ส่วนเพื่อนของเขาที่มองเหตุการณ์อยู่ก็กระหยิ่มยิ้มย่องในใจ พลางคิดไปล่วงหน้าถึงสภาพของหญิงสาวเมื่อเพื่อนของเขาเสร็จกิจ

“ถ้าเธอรับไหวก็ตามมา”

จากใบหน้านิ่งของชายหนุ่ม ที่บัดนี้เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากร้ายกาจ ทำเอาสาวเจ้าแอบกลืนน้ำลายลงคอ แม้สีหน้าที่เปลี่ยนแบบกะทันหันของเขาจะทำให้เธอเริ่มหวาดหวั่น แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่เธอต้องเจอในระยะเวลาอันใกล้นี้ จะทำให้คนมีประสบการณ์เช่นเธอสาหัสเพียงใด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป